วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

10 ชายหาดทั่วโลกที่น่าไปเยือน

10. Aroa, Aitutaki, One Foot Island, Cook Islands

Cook Islands มีชื่อเรื่องชายหาดงดงามและเงียบสงบในแปซิฟิกใต้ โดยเฉพาะชายหาด Aroa สวยงามอย่าบอกใคร คุณสามารถดำน้ำดูปะการังใต้ทะเล ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น รวมไปถึงการตกปลาในทะเลสาบที่ซ่อนตัวอยู่ในเกาะ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ สวรรค์ของนักตกปลาได้เลยก็ว่าได้





9. Sinclair's Bay, Caithness

Sinclair's Bay ห่างจากสก๊อตแลนด์ไปทางใต้เพียงแค่ 8 ไมล์ เป็นอีกหนึ่งหาดทรายที่น่าไปเยือน เพราะเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น เม็ดทรายบนชายหาด และน้ำทะเล จะสะท้อนกับดวงอาทิตย์งดงามจนทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในทะเลแคริบเบียนเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถัดจากชายหาดไปเพียงไม่ถึงกิโลเมตร คุณยังสามารถสัมผัสกับความเก่าแก่ของปราสาทโบราณสมัยคริสตวรรษที่ 16 ได้อีกด้วย



8. Shell Beach, Isle of Purbeck, Dorset

Shell Beach อาจจะไม่ใช่ชายหาดที่สวยงามที่สุดในอังกฤษ แต่มันก็สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนมานักต่อนัก ชายหาดที่นี่เป็นชายหาดที่ครึกครื้น และหากคุณเป็นอีกคนที่ชอบความสนุกสนานบนชายหาดอย่างการเล่นกีฬาชายหาด หรืออาบแดดล่ะก็ ที่นี่เหมาะกับคุณมาก ๆ


7.  ชายหาด Whitehaven เกาะ Whitsunday เมือง Queensland ออสเตรเลีย

Whitehaven ถือได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบทะเลเป็นที่สุด เพราะชายหาดที่นี่ขาวไปด้วยทรายเม็ดละเอียดนุ่มเท้า และน้ำทะเลใส มีป่าเขตร้อนแทรกตัวอยู่ท่ามกลางทะเลผืนสวย หากคุณมาที่นี่แล้วรับรองว่าจะได้เก็บภาพความประทับใจกลับไปบ้านอย่างมากมาย

          แต่มีข้อแนะนำสำหรับการมาท่องเที่ยวที่นี่ คือ คุณควรมีเวลากับการท่องเที่ยวมากหน่อย ประมาณ 4-5 วัน เพื่อที่คุณจะได้ทำกิจกรรมทางทะเลต่าง ๆ นานา ได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งอาบแดด ว่ายน้ำ ปีนเขา เดินป่า หรือโต้คลื่น แถมตอนกลางคืนยังมีแสงไฟเล็ก ๆ ประดับประดาไปทั่วหาด สร้างความโรแมนติกให้คุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว




6. Arambol, Goa อินเดีย

Arambol กัว แห่งอินเดีย นับเป็นชายหาดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบสงบ ๆ ท่ามกลางวิถีชีวิตของชุมชนชาวกัว แม้หาดทรายจะไม่ละเอียด และน้ำทะเลอาจไม่เขียวมรกตอย่างทะเลอันดามัน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเรียนรู้วิถีชีวิตแบบอินเดีย ๆ ก็ไม่ควรพลาดกับหาดทรายเงียบสงบแห่งนี้



5. เกาะแซนซีบาร์ แทนซาเนีย

เกาะแซนซิบาร์ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายที่สวยงาม ด้วยทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า ที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ย่ำ ทำให้นักท่องเที่ยวชื่นชอบการนอนอาบแดดบนยิ่งนัก รวมถึงการดำน้ำดูปะการัง อย่างไรก็ตาม นอกจาก เกาะแซนซิบาร์ จะมีความงดงามของหาดทรายขาวแล้ว ยังมีฉายาว่า เกาะเครื่องเทศ เพราะเป็นแหล่งของเครื่องเทศมากมาย เช่น อบเชย วานิลลา กระวาน พริกไทย และเครื่องเทศอื่น ๆ ให้คุณได้ซื้อกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย



4. ชายหาดใน Palawan ฟิลิปปินส์

Palawan นอกจากจะเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์แล้ว ยังเป็นหมู่เกาะที่สวยงามที่สุดของฟิลิปปินส์อีกด้วย เพราะมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่น่าสัมผัสมากมาย ได้แก่ ป่าฝน ปะการัง ถ้ำ ความสมบูรณ์ของป่าโกงกาง และที่โดดเด่นที่สุดคือ หาดทรายขาวสะอาดที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีเขียวบริสุทธิ์ และภาพพระอาทิตย์ดวงกลมโตในช่วงเวลาเย็นย่ำ ที่จะทำให้คุณเก็บมันไว้ในความทรงจำไม่รู้ลืมเลยทีเดียว




3. Porto da Barra บราซิล

Porto da Barra ตั้งอยู่ใน Salvador เมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศบราซิล ที่ไม่เพียงแต่จะขึ้นชื่อด้านความงดงามของท้องทะเล แต่ยังเป็นชายหาดที่เงียบสงบอีกด้วย ที่ทะเลแห่งนี้ คุณจะสามารถมองเห็นวิถีชีวิตของชาวประมง หรือจะดำน้ำดูโลกใต้ทะเล หรืออาจจะเล่นกีฬาชายหาดอย่างวอลเลย์บอลชายหาดได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากใครชื่นชอบเล่นน้ำทะเลล่ะก็ ที่นี่ดูจะเหมาะมาก ๆ เพราะเป็นชายหาดที่คลื่นลมสงบ กระแสน้ำค่อนข้างนิ่ง ปลอดภัยสำหรับการเล่นน้ำ



2. อุทยานแห่งชาติ Tayrona โคลัมเบีย

อุทยานแห่งชาติ Tayrona ชายหาดที่ทอดตัวยาวไปตามชายฝั่งแคริบเบียน ใกล้กับ Santa Marta โคลัมเบีย เป็นอุทยานแห่งชาติติดทะเลที่ได้รับการยอมรับว่า มีชายหาดงดงามมากที่สุดในอเมริกาใต้ ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทิวทัศน์ทางทะเล ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเก็บความสุขกลับไปเต็มกระเป๋าเลยทีเดียว

          ชายหาดที่นี่มีเปลยวนให้เช่า และเต๊นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะนอนพักค้างคืน แถมยังโต้คลื่นได้อีกด้วย แต่ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะทะเลจะมีคลื่นสูงและแรง และสิ่งสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ การเช่าเปลยวนมานอนดูทะเลดาวตอนกลางคืนใต้ต้นปาล์ม เปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลสดใสให้เป็นทะเลสุดแสนโรแมน อ้อ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชนพื้นเมือง ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่นไว้บริการ โดยจะพาคุณไปชมวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่รอบ ๆ อุทยานแห่งชาติ


1. Las Islas Cies, Galicia, Spain 

หากกล่าวถึงท้องทะเลที่สวยงามในประเทศสเปนแล้ว Las Islas Cies เห็นจะเป็นอันดับหนึ่งที่ใคร ๆ ต่างนึกถึง เพราะทะเลแห่งนี้ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นอัญมณีแห่งทะเลเมดิเตอริเนียน ด้วยน้ำทะเลสีมรกต และหาดทรายสีขาวนุ่ม คือความงดงามที่ยากจะหาคำบรรยายของท้องทะเลแห่งนี้ ซึ่งนี่ทำให้นักท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่าประทับใจจนอยากจะกลับมาย่ำเท้าบนหาดทรายขาวอีกครั้ง และอีกครั้ง

          Las Islas Cies หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ชายหาดแคริเบียน" เป็นอุทยานแห่งชาติเก่าแก่ของประเทศสเปน แต่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวไปพักผ่อนได้เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น หากใครได้มาเยือนที่นี่ คุณสามารถตั้งแคมป์เล็ก ๆ อยู่ท่ามกลางทิวสนสวย และชื่นชมความงดงามแห่งท้องทะเลได้อย่างเต็ม ๆ ตาเลยล่ะ




cradit : http://travel.kapook.com




วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แผนที่ประเทศไทยหลังพ.ศ.2555

แผนที่ประเทศไทยหลังจากปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ.2555)
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก moeipit.com
            เรื่องที่กลายเป็นประเด็นสาธารณะ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขาวงที่สุดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง"น้ำท่วมโลก" ที่จะกลายเป็น"วันสิ้นโลก" ตามที่มีผู้ทำนายไว้ว่า จะเกิดขี้นในปี ค.ศ.2012 ผนวกกับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มนุษย์โลกได้เผชิญกับสัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันๆ ก็ยิ่งทำให้คนตื่นตระหนกกับ "วันสิ้นโลก"มากขึ้นเป็นเท่าตัวฉะนั้นแล้วจึงไม่แปลก หากคนจะกลับมาพูดถึงเรื่อง "แผนที่โลกใหม่" (Future Map of the World) ที่เคยมีผู้ทำนายเอาไว้ล่วงหน้า ว่าจะเหลือประเทศใดบ้างหลังผ่านเหตุการณ์ภัยพิบัติของโลก ในปี ค.ศ.2012 ไปแล้วและผู้ที่ทำนายเรื่อง "แผนที่โลกใหม่" ไว้ก็คือ นายกอร์ดอน ไมเคิล สคัลเลียน ชายชาวอเมริกัน ซึ่งเคยเกือบเสียชีวิตไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับฟื้นขึ้นมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หลังจากนั้น เขาก็อ้างว่าได้รับพรสวรรค์เรื่องการหยั่งรู้อนาคต และยังเคยทำนายเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ถูกต้องหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในลอสแองเจอลิส แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ.1992 (พ.ศ.2535), เหตุการณ์แผ่นดินไหวในแลนเดอร์ส (Landers)และบิ๊กแบร์ (Big Bear) แคลิฟอร์เนีย เมื่อ 17 มกราคม ค.ศ.1994(พ.ศ.2537) รวมทั้งแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ.1995 (พ.ศ.2538) เป็นต้น
          สำหรับเรื่อง "น้ำท่วมโลก" นั้น นายกอร์ดอน บอกว่า ตนได้มองเห็นตัวเองอยู่สูงขึ้นไปในอวกาศ แล้วมองกลับลงมาบนโลกเห็นแผนที่ใหม่ของโลก จนเมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายปี เขาก็ยังเห็นภาพเดิม ๆ อีก จึงได้สร้างแผนที่โลกใหม่ หรือ Future Map Of The World ขึ้นมา เมื่อปี ค.ศ.1978 (พ.ศ.2521) และจัดพิมพ์ในปี ค.ศ.1982(พ.ศ.2525)โดยระบุว่าจะเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติใหญ่ๆ ในโลกระหว่างปี ค.ศ.1998-2012 (พ.ศ.2541-2555) ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด รวมไปถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลก จนทำให้หลายประเทศหายไปจากแผนที่โลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศที่เป็นเกาะอยู่แล้วจะจมน้ำทั้งหมด และมีประชากรหลงเหลือเพียงแค่ 10% เท่านั้น
         ส่วนประเทศไทย นายกอร์ดอน ทำนายไว้ว่า จะเหลือเพียงแค่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน และภาคกลางตอนบนเท่านั้น จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ตาก จะกลายเป็นชายฝั่งทะเล ขณะที่จังหวัดที่ติดกับแม่น้ำโขง คือ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม หนองคาย จะจมทะเลไปหมดและแม่น้ำโขงจะเปลี่ยนเป็นทะเล  ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก ภาคใต้ จะถูกน้ำท่วมจมหายไป

ทดลองใส่VDO

ทดลองใส่vdoในblog
เพลงนี้ชอบมากๆ  มีความสุข แบบเหงาๆ 

การละเล่นเด็กไทย



ขี่ม้าส่งเมือง
อยากให้เด็กไทยในสมัยปัจจุบัน รู้จักการละเล่น"ขี่ม้าส่งเมือง" และเล่นกันในยามว่าง